
รัฐบาล รุดหน้าแนวนโยบายคาดหวังกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทั่วราชอาณาจักร 3.3 ล้านคนในทุกมิติ ในระหว่างที่นายกฯกล่าวย้ำจะยกฐานะให้เกิดความทัดเทียมกันระหว่างเพศหญิงเพศชาย เพื่อจะเติมเต็มในการพัฒนาชาติบ้านเมืองด้วยกัน ระงับปัญหาการดูหมิ่นผู้หญิงไทย
นายกฯย้ำว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนพลังผู้หญิงให้เป็นพลังที่แข็งแกร่งและมั่นคงในทุกมิติ เนื่องจากมีความมั่นใจว่าผู้หญิงไทยมีความสามารถ วิชาความรู้และประกอบด้วยความเป็นผู้นำ อยู่ภายในทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพิเศษของหญิงไทยที่มีความอดกลั้น ถึงแม้การจะตกลงใจทำการอะไร อาจยาก แต่เมื่อทำสิ่งไรแล้วจะกระทำด้วยหัวจิตหัวใจ เพื่อจะต่อสู้สิ่งขัดขวางต่างๆ ให้สำเร็จไปให้ได้
นับเป็นนิมิตหมายอันดีของสตรีไทย เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เร่งเครื่องเปิดตัวโครงการ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์พลังสตรี ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” โดยถือฤกษ์ดี 09.30 น. เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 77 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ตลอดจนคณะผู้บริหารของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และผู้แทนสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตัดริบบิ้นเปิดงานและเป็นประธานเปิดการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันก่อน
ก่อนการประชุมจะเริ่ม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวเปิดงานว่า เชื่อมั่นว่าสตรีทุกคนมีศักยภาพ มีความรู้ มีความสามารถอยู่ในทุกวงการไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเมือง สื่อสารมวลชน ฯลฯ นอกจากนี้สตรียังมีบทบาทในฐานะแม่ของลูก ภรรยา ลูก ผู้นำในครอบครัว แม้แต่ผู้ตาม เป็นส่วนสำคัญของสถาบันครอบครัว ขณะเดียวกันสตรีก็ยังมีบทบาทสร้างรายได้ในภาคส่วนอื่นๆ อีกมากมาย และตัวอย่างสตรีที่เป็นแบบอย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและกิจกรรมต่างๆ ทรงพระกรุณาส่งเสริมสตรีไทยและ ส่งเสริมศิลปาชีพ ผ่านโครงการศิลปาชีพ ทรงส่งเสริมการพัฒนาฝีมือตามความใฝ่ฝันของแต่ละคน ตลอดจนพระราชจริยวัตร ทรงเป็นแบบอย่างของกุลสตรี ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โครงนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลแสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
”การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่อยากจะให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยไม่คำนึงถึงเพศ สีผิว ตลอดจนเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความจริงแล้วก็ต้องยอมรับว่า การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งผลดีต่อสังคมและเป็นพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี ความสงบสุขของคนไทยต้อง เรียนท่านสุภาพบุรุษว่า โครงการในครั้งนี้ไม่ใช่การยกระดับสตรีขึ้นมาเป็นคู่แข่ง แต่เป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ฉะนั้นถ้ามีการยกระดับสตรีก็เป็นส่วนในการสร้างเสริมรายได้ให้ครอบครัว สร้างเสริมรายได้ให้ชุมชน และสุดท้ายก็เป็นการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ” ผู้นำประเทศหญิงคนแรกของไทยกล่าวฝาก
ด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นลินี ทวีสิน ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนฯ กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยในการสร้างโอกาสให้สตรีได้พัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ และเพื่อการเสริมสร้างสวัสดิภาพหรือสวัสดิการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่สตรี รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาตลอดจนพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายสตรี
”สำหรับหลักเกณฑ์การจัดสรรจะแบ่งตามช่วงชั้นของประชากรของจังหวัด โดยเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท ซึ่งจะมีการจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสตรีและเครือข่ายองค์กรสตรี ต่างๆ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งการจัดลงทะเบียนเปิดรับสมาชิกและคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาท สตรี พร้อมทั้งกำหนดการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของ ประเทศ ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2555 ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคทั้ง 4 ภาค เพื่อนำข้อมูลมากำหนดแนวทางการดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกินเดือนมีนาคมนี้” ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนฯ อธิบายรายละเอียด
ทั้งนี้ ธนวดี ท่าจีน ผอ.มูลนิธิเพื่อนหญิง ซึ่งเดินทางมายกป้ายสนับสนุนโครงการดังกล่าว ได้แสดงความห่วงใยว่า อยากให้มีการเปิดพื้นที่เวทีฟังเสียงของผู้หญิงซึ่งกระบวนการนั้นเป็นการจัดตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้นมาร่างระเบียบกองทุนโดยมีตัวแทนของผู้หญิง 20 องค์กรร่วม และมีนักวิชาการด้านสตรี มีหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานเรื่องของผู้หญิง ได้เข้ามาร่วมตั้งเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ และทำหน้าที่ในการจัดเวทีสาธารณะไปรับฟังผู้หญิงในภาคต่างๆ และนำข้อมูลมาจัดทำร่าง ซึ่งจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการทำให้นโยบายสาธารณะที่ผู้หญิงได้มีส่วนในการกำหนดนโยบาย และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
เช่นเดียวกับ ดร.สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมจัดทำเสียงของผู้หญิงต่อ กองทุนพัฒนาสตรีของรัฐบาล ซึ่งในวันนั้นมีข้อเสนอมากมาย อาทิ ไม่อยากให้กองทุนสตรีเป็นกองทุนเพื่อการกู้ยืมอย่างเดียว ควรเป็นกองทุนที่ทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ปลายทางเป็นเรื่องพัฒนาบทบาท คุณภาพชีวิตของสตรี รวมถึงความโปร่งใสในการใช้เม็ดเงิน 7,700 ล้านบาท ผู้หญิงทั้ง ประเทศควรจะได้แสดงความคิดเห็นว่า เม็ดเงินจะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาบทบาทและคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญอยากให้เกิดความยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก, ครอบครัวข่าว 3



September 21st, 2011
admin 
Posted in
Tags: